RSS

ปู่เย็น เฒ่าทรนง ณ สะพานลำใย แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี

17 Mar

กาลครั้งหนึ่ง ปู่เย็น เฒ่าทรนง ณ สะพานลำใย แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี เคยแวะมาเยี่ยมปู่เย็นแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงที่แกฮอตสุดๆ เมื่อ 4-5 ปีก่อน จำได้ว่าตอนนั้นแกนั่งขายปลาที่หามาได้อยู่ตรงหัวบันไดทางลงท่าน้ำสะพานลำใย (สะพานข้ามแม่น้ำเพชรฯ) แวดล้อมด้วยผู้คน ซึ่งส่วนมากเป็นคนท้องถิ่นแวะมาเยี่ยมเยียนทักทายเหมือนลูกหลาน “ปู่เย็น” ชายชราที่ควรค่าแก่การยกมือไหว้ได้อย่างสนิทใจยิ่ง

ไม่มีใครลังเลที่จะไหว้แก แม้แต่ผม “หวัดดีปู่…” ราวแกเป็นญาติผู้ใหญ่ ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แกก็เออๆ ออๆ ของแกไปตามเรื่อง ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดวงตาฝ้าฟางยังคงเปล่งประกายแห่งชีวิต รู้สึกอบอุ่นเมื่อแกมองหรือยิ้มให้สักครั้ง จากนั้นก็ซึมซับพลังชีวิตจากแกไว้เป็นสิริมงคล แล้วก็ร่ำลากันไป ติดตามข่าวสารของแกอยู่เป็นระยะๆ ล่าสุดปู่เย็นกลายเป็นโลโก้ของจังหวัดเพชรบุรีไปเสียแล้ว ช่วยประชาสัมพันธ์ รณรงค์โน่นนี่นั่นสารพัด จนถึงระดับประเทศก็เห็นกันอยู่ ข้ามสะพานหน้าวัดมหาธาตุมองไปทางสะพานลำใยก็เห็นเรือแกจอดอยู่อย่างนั้น แกก็มีชีวิตของแก ผ่านไป 100 กว่าปีแล้วสำหรับปู่เย็น และวันหนึ่งแกก็จะกลายเป็นตำนานให้ได้เล่าขานกัน “ปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งลุ่นแม่น้ำเพชรบุรี” แต่ก่อนจะถึงวันนั้นขอไปเยี่ยมแกอีกสักครั้งเถอะ….

 2 สิงหาคม 2551 ไม่ใช่แค่ข้ามสะพานหน้าวัดมหาธาตุ (สะพานใหญ่) แล้วมองไปทางสะพานลำใยเหมือนเคย วันนี้ผมจะไปที่นั่น ใต้สะพานลำใย ไปไหว้ปู่เย็น และเก็บภาพแกไว้เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและกล้อง ก่อนที่ทุกอย่างเบื้องหน้าจะอันตธานหายไป เมื่อไหร่ก็ได้… มีคนกลุ่มหนึ่งเดินสวนทางขึ้นมาตรงเชิงบันไดด้านล่าง เข้าใจว่าคงมาเยี่ยมปู่เย็นเหมือนกัน ใต้สะพานลำใย เรือลำหนึ่ง ผู้เฒ่าคนหนึ่ง กองร้อยปลาเข็มตัวเขื่องฝูงหนึ่งข้างเรือ กับคนสะพายกล้องผ่านมาคนหนึ่ง….

เบื้องหน้าคือชายชราอายุ 104 ปี อ่อนล้าโรยแรง ก้มหน้าก้มตานับเงินเรียงใส่กระเป๋าเสื้อด้านใน ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่มีคำพูดใดๆ ในสายตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น มีเพียงวิญญาณจอมทรนงในเรือนร่างของปู่เย็น หวัดดีแกเสร็จ ขอถ่ายภาพได้เล็กน้อย ก็ต้องปลีกตัวเลี่ยงออกมาด้านหนึ่ง

เมื่อปู่เย็นทำท่าจะเอนหลังพักผ่อน หันกลับไปอีกทีแกก็ล้มตัวลงนอนเสียแล้ว บั้นปลายชีวิตที่เลือกได้ของปูเย็น ก็คงเป็นไปอย่างที่แกลิขิตเอาไว้เอง ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายถึงใต้สะพานลำใยแห่งนี้ หรือเรือคู่ชีพลำนั้นของแก หากแต่น่าจะเป็นบั้นปลายชีวิตที่ไม่ยอมเป็นภาระแก่ลูกหลาน และถึงแม้ว่าวันนี้แกจะไม่สามารถหาปลาได้อีกแล้วก็ตาม

 ข้ามสะพานลำใยลงไปท่าน้ำฝั่งตรงข้าม มองมาก็เห็นปู่เย็นลุกขึ้นชันเข่าสูงท่วมหัวเปิบข้าว ได้ภาพชีวิตของแกมาอีกหลายภาพก่อนจะจากสะพานลำใยมาเงียบๆ โดยมิได้ร่ำลาปู่เย็น เราต่างคนก็ต่างมีเส้นทางชีวิต ปู่เย็นแกพบวิถีทางของแกแล้ว ส่วนผมยังคงต้องซัดเซพเนจรต่อไป และอาจจะใช้ชีวิตช่วงท้ายๆในห้องสัปรังเคที่ไหนสักแห่ง ไม่ก็ตาย อย่างทรนง เหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่ง มนุษย์เราก็เท่านี้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้วงจรชีวิตมันได้สมบรูณ์ แบบสวยสด และหมดจดงดงาม ภาพนูนสูงปูนปั้น กลางราวสะพานลำใย

ภาพนูนสูงปูนปั้น กลางราวสะพานลำใย

2 สิงหาคม 2551 

ขอขอบคุณ
http://www.muangphet.com/library/puyen/

 

เรื่องราวชีวิตของชายชราอายุผู้หนึ่งที่มีอายุกว่า 106 ปี ซื่อ ปู่เย็น หรือ นายเย็น แก้วมะณี ที่อาศัยกินอยู่หลับนอนบนเรือแทนบ้าน และยึดอาชีพการหาปลาขายเลี้ยงตนเองตามลำพัง ได้ถูกเปิดเผยขึ้นและถ่ายทอดผ่านทางรายการทีวี ที่มีชื่อว่า รายการคนค้นคน เข้ามาสัมผัสและถ่ายทองเรื่องราวชีวิตของปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งลุ่มแม่นำเพชรบุรี ออกสู่สายตาคนทั้งประเทศถึงสามตอน ทำให้หลายคนและหลายครอบครัวทั้งในจังหวัดเพชรบุรี และต่างจังหวัด เดินทางมาที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อมาหา มาเยี่ยม และมาดูตัวเป็นๆของปู่เย็น ผู้ที่อายุยืนนับร้อยปี ทำให้ในช่วงนั้นจังหวัดเพชรบุรีคึกคัดเป็นพิเศษ และที่สำคัญไปกว่านั้น และสร้างความปราบปลื้มใจให้แก่ชาวจังหวัดเพชรบุรี และตัวปู่เย็นมากที่สุดก็คือ วันที่ 23 มีนาคม 2548 เป็นวันที่ปู่เย็น ได้เข้ารับเรือพระราชทานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จัดขึ้นบริเวณท่าน้ำหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งงานนี้ประชาชนทั้งจังหวัดเพชรบุรี และตัวปู่เย็นต่างยินดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ชีวิตของชายชราผู้หนึ่ง ซึ่งหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตนเองด้วยการหาปลาขาย ไม่โกงใคร และยึดหลักที่ว่า หอยไม่มีมือ ไม่มีตีน ยังหากินได้ นับประสาอะไรกับคน มีทั้งมือทั้งตีนต้องหากินได้ คำพูดของชายชราผู้นี้ถูกถ่ายทอดออกไปทำให้คนหลายๆคนมีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต และรู้จักคำว่าพอเพียง และใครจะรู้ว่าหากไม่มีรายการคนค้นคน หรือ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิและทีมงานชีวิตของชายชราผู้นี้ อาจจะเหมือนคนแก่ทั่วไปที่ถูกปล่อยปะละเลย ไม่มีใครสนใจ หรืออาจจะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ายังมีคนแบบปู่เย็นอยู่ในโลก

ขณะเกิดฝนตกหนักประชาชนส่วนใหญ่ก็กำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้านกันอย่างสบาย แต่ใครจะนึกว่าขณะเดียวกัน ปู่เย็น เฒ่าแห่งแม่น้ำเพชรบุรี ได้ทุรนทุรายเพื่อที่จะหนีความเปียกปอนอาศัยใต้ถุนสะพานเป็นหลังคาบ้าน จนเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้รับบาดเจ็บ คะเราไปติดตามเรื่องนี้ ผู้คนจากอำเภอท่ายางอำเภอบ้านแหลมและอำเภอเมืองเพชรบุรี พร้อมทีมข่าวพีซีทีวีจำนวนหนึ่งเดินทางมาเยี่ยมและดูอาการของ ปู่เย็น เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี หลังทราบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาปู่เย็นได้ลื่นหกล้มที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำใต้สะพานลำใย เนื่องจากขณะนั้นมีฝนตกหนัก

         ปู่เย็น ได้เล่าว่า ขณะนอนหลับอยู่ภายในเรือที่เทียบอยู่ริมฝั่งแม่น้ำใต้สะพาน เกิดมีฝนตกหนักและอากาศค่อนข้างเย็นเกรงว่าผ้าห่มจะเปียก จึงรีบตื่นเพื่อที่จะขึ้นไปนอนบนบกใต้เชิงสะพาน จึงเกิดลื่นหกล้มจนมีแผลถลอกที่บริเวณแขนข้างขวา และนิ้วเท้าข้างซ้ายเป็นรอยฟกช้ำ ครั้งแรกปู่เย็นได้ฉีกเอาเศษผ้ามาซับเลือดบริเวณบาดแผลพร้อมกับพันทับเอาไว้ หลังจากทีมข่าวได้พูดคุย กับปู่เย็นแล้วจึงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการนำเศษผ้าที่ปู่เย็นได้พันเอาไว้ออก แล้วนำผ้าพันแผลที่ถูกหลักอนามัยมาพันแทน จากนั้นได้ประสานไปยังจังหวัดเพชรบุรีเพื่อให้ช่วยประสานต่อไปยังแพทย์จากโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี และหลังจากแพทย์เดินทางมาถึง ปู่เย็น ได้พูดว่า ไปรบกวนคุณหมอทำไม….เกรงใจเขา ซึ่งคำพูดนี้จะได้ยินจากปาก ปู่เย็น เป็นประจำ เนื่องจากนิสัยส่วนตัวแล้วปู่เย็น จะเป็นคนเกรงใจคน จากนั้นแพทย์ได้ใส่ยาฆ่าเชื้อให้พร้อมกับพันแผลตามปกติ หลังทำแผลเรียบร้อยแล้วปู่เย็นก็ได้พูดคุยกับผู้ที่เดินทางไปเยี่ยมอย่างร่าเริง พร้อมกับบอกว่าช่วงนี้ไม่มีเวลาที่จะออกหาปลา เนื่องจากต้องรับแขกที่เดินทางมาเยี่ยม และพูดติดตลกอีกว่า สงสัยตัวเองจะดังใหญ่แล้ว ปล่อยเขาเดี๋ยวก็ซาไปเอง

ภาพ:6039-1450.gif

 

ปู่เย็น เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี เล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อแม่น้ำเพชร ซึ่งได้สะท้อนให้รู้ว่า แม่น้ำเพชรบุรีแหล่งนี้ในอนาคตจะเป็นเช่นไร ถ้าวันนี้ไม่ได้รับการพัฒนาคะจากการที่ทีมข่าวได้เสนอเรื่องราวของ ปู่เย็น แก้วมะณีอายุ 105 ปี เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือกลางแม่น้ำเพชรบุรีมากว่า 10 ปี หลังจากภรรยาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2536 โดยประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองด้วยการหาปลาขายแบบการขึงตาข่ายบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งปัจจุบันขายปลาได้วันละ 30-70 บาท

        ปู่เย็น ได้เล่าให้ทีมข่าวฟังอย่างเหนื่อยล้าว่า อดีตแม่น้ำเพชรบุรีนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ แต่เดี๋ยวนี้ลำคลองตั้งแต่บริเวณวัดท่ากระเทียม อ.ท่ายาง ตลอดเรื่อยมาถึง อ.เมือง นั้นมีความสกปรกมาก น้ำที่เคยอาศัยใช้ดื่ม เดี๋ยวนี้ไม่กล้าดื่มแล้วเพราะเกรงว่าจะทำให้ท้องเสีย ปู่เย็น ยังได้เล่าต่ออีกว่า ทุกวันนี้ได้อาศัยน้ำโพลาลิดดื่ม แต่ไม่รู้สึกหนักท้อง ผิดกับน้ำเพชรในสมัยก่อนเมื่อนำมาดื่มจะรู้สึกอิ่มและหนักท้อง และแม่น้ำเพชรขณะ บางจุดจะมีกอซอล้มขวางทำให้มีความลำบากในการล่องเรือเป็นอย่างมากปู่เย็น ยังได้เล่าถึงการพัฒนาแม่น้ำเพชรบุรีของหน่วยงานต่างๆ ที่ผ่านมา ว่า มีการพัฒนาไม่ทั่วถึง ทำแบบเอาหน้าเอาตาและเอาใจเจ้านายเท่านั้น เมื่อเจ้านายไม่เห็นจะทำเหมือนผักชีโรยหน้า ทุกวันนี้ขยะก็มากมายทำให้ลำบากในการวางตาข่ายดักปลาเท่าที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับปู่เย็น จะเห็นว่าปู่เย็น นั้นมีความคิดที่มีความสร้างสรรค์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีความรู้สึกดีดีกับแม่น้ำเพชรบุรี อันเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชาวจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การพูดคุยกับ ปู่เย็น ในครั้งนี้ ทำให้ทราบถึงกฎเกณฑ์ในการดำรงชีวิต เป็นการต่อสู้เพื่อการดิ้นรนให้อยู่รอดไม่ใช่เป็นเรื่องยากลำบาก ซึ่งก็เปรียบเหมือน ชีวิตของ ปู่เย็น ที่กำลังต่อสู้เพื่อการอยู่รอด โดยการอาศัยแม่น้ำเพชรบุรี หาปลาขายเพื่อเลี้ยงชีพ เหมือนกับแม่น้ำเพชรบุรี ขณะนี้ต้องทนเเบกรับกับสิ่งสกปรกที่มนุษย์ได้กระทำเอาไว้และไร้คนเหลียวแลที่จะพัฒนาจนนำไปสู่เกิดการเน่าเสีย เมื่อนั้น ปู่เย็น และคนทั้งจังหวัดคงจะอาศัยแหล่งน้ำอันเป็นประวัติศาสตร์แหล่งนี้ในการดำรงชีพให้อยู่รอดต่อไม่ได้ ไปเยี่ยมเยียนอยู่เรื่อยๆและอีกไม่กี่วันเรือพระราชทานของปู่เย็นก็จะสร้างเสร็จแล้วและปู่เย็น ยังยืนยัน รักษาสัจจะว่าจะกลับบ้านเมื่อถึงหน้าเดือนหก

        ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นาย ประสงค์ พิทูรกิจจา เปิดเผยถึงเรือพระราชทานที่ นายเย็น แก้วมะณี อายุ 105 ปี ซึ่งอาศัยหลับนอนอยู่ในเรือ และประทังชีพด้วยการหาปลาขาย จะได้ รับพระทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่าเป็นฝีมือการออกแบบของวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา เป็นเรือกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร มีประทุนหลังคากันแดดกันฝน ด้านครึ่งเรือตอนท้ายจะมีผ้ามุ้งสำหรับกันยุงและสิ่งอำนวยความสะดวกในเรืออย่างครบครัน เช่น ยารักษาโรค และพาชนะจำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภค ตลอดเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง สำหรับตัวเรือจะเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาสตลอดทั้งลำ มีน้ำหนักเบาสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำตื้นได้ โดยจะสร้างเสร็จภายในไม่เกิน 20 วัน

        ซึ่งทุกวันนี้ ยังคงมีผู้มีน้ำใจทั้งภายในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาที่สะพานลำใย อ.เมืองเพชรบุรีอย่างไม่ขาดสาย เพื่อเยี่ยมปู่เย็นด้วยความเป็นห่วง โดยในช่วงเย็นปู่ได้ขึ้นมานั่งรับผู้ที่มาเยี่ยมเยียนบนบันไดสะพาน ปู่เย็น ได้เล่าถึงเหตุผลที่ขึ้นจากเรือมานั่งบนบันไดสะพานว่า หลายวันมานี้มีผู้มานั่งพูดคุยและเยี่ยมเยียนที่เรือทุกวัน ตนจึงไม่ได้ออกเรือและตนก็รู้สึกเกรงใจผู้ที่มาเยี่ยมซึ่งต้องเดินทางลงไปใต้สะพานซึ่งไม่สะดวก เมื่อวันก่อนฝนตกหนักทำให้ใกล้ๆ ที่จอดเรือมีสภาพชื้นแฉะแต่คนก็มาเยี่ยมอย่างไม่ขาดสาย เมื่อห้ามคนมาเยี่ยมไม่ได้ จึงขึ้นมารอที่บันไดดีกว่า คนที่มีเยี่ยมจะได้ไม่ต้องลำบากเดินลงไป ปู่เย็นได้กล่าวว่าตอนนี้ตนไม่ได้ออกเรือเพราะตาข่ายหายไปประกอบกับคนที่มาเยี่ยมนำของมาให้มากมายหากผู้ที่มาเยี่ยมน้อยลงตนก็จะออกหาปลาตามปกตินอกจากนี้ปู่เย็นยังบอกกันทีมข่าว พีชีทีวีว่า เจ้าของบ้านที่ตนพักอยู่ได้เดินทางมาตามและรับกลับไปพักผ่อนที่บ้านที่ อำเภอท่ายาง แต่ตนได้ปฏิเสธไป เพราะได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าจะกลับขึ้นไปพักบนบกในราวเดือนหกตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาก็ต้องรักษาคำพูด จึงต้องอาศัยอยู่ในเรืออย่างที่เคยพูดไว้

ภาพ:D15_1151_1111056795.jpg
  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชเสาวนีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมเยียนและสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของปู่เย็น เฒ่าทระนง แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี หลังจากทรงทอดพระเนตรรายการคนค้นคน ภายหลังจากที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงทอดพระเนตร รายการคนค้นคนที่ได้นำเสนอเรื่องราวการดำเนินชีวิตของ ปู่เย็น แก้วมะณี เฒ่าทระนง แห่งแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งออกอากาศทาง ช่อง 9 อสมท.เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา และทำให้พระองค์ทรงห่วงใย จึงมีพระราชเสาวนีให้ นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เดินทางไปเยี่ยมเยียนโดยให้สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และความต้องการต่างๆของ ปู่เย็น พร้อมกับนำสิ่งของพระราชทานให้แก่ปู่เย็น

        จากนั้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 มีนาคม 2548 ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายประสงค์ พิทูรกิจจา และคุณหญิงสงวนศรี พิทูรกิจจา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางไปเยี่ยม ปู่เย็น แก้วมะณี ณ บริเวณท่าน้ำศาลากลางบ้านคามวาสี อ.เมืองเพชรบุรี โดยนายประสงค์ พิทูรกิจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้กล่าวว่า จะจัดหาเรือลำใหม่ที่มีหลังคาป้องกันแดดและฝนได้ เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้ นายเกียรติศักดิ์ หรือกบ กล่อมสกุล คนสนิทของปู่เย็น ไปจัดหาเรือที่มีความเหมาะสมดังกล่าวเพื่อมอบให้กับปู่เย็น

        สำหรับประวัติ ปู่เย็น เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรีมาโดยกำเนิด มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว อาศัยอยู่บ้านเลขที่ตามทะเบียนราษฎร์ 274/4 ถ.มาตยาวงศ์ ต. ท่าราบ อ. เมืองเพชรบุรี อายุ ๘๖ ปี แต่เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า เกิดปีฉลู ขณะนี้อายุ 106 ปีแล้ว มีบิดาชื่อนายสุข แก้วมะณี มารดาชื่อนางชม แก้วมะณี ภรรยาชื่อนางเอิบ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2536 ปี หลังจากภรรยาเสียชีวิตปู่เย็นจึงใช้ชีวิตอยู่ในเรือมาโดยตลอดนับว่ากว่า ๑๐ ปีแล้ว โดยประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองด้วยการหาปลาแบบการขึงตาข่ายบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี ปัจจุบันขายปลาได้วันละ 30-70บาท

        สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของปู่เย็น จะอยู่แบบเรียบง่าย ใช้เรือเป็นที่อาศัยหลับนอน ปู่เย็นจะขึ้นฝั่งไปพักอยู่กับหลานที่อำเภอท่ายางก็ต่อเมื่อช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้น จากการสังเกตระหว่างการพูดคุยของปู่เย็นพบว่าปู่เย็น มีแนวทางการดำเนินชีวิตวางไว้อย่างมีกฎเกณฑ์ โดยพึ่งพาธรรมชาติ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย นิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้เกรงใจ ยึดถือคำพูดเป็นหลัก

        ชีวิตปู่เย็น เฒ่าทระนง กับแม่น้ำเพชรบุรี กำลังจะได้รับการพัฒนา เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มที่จะให้ความสนใจและให้ความสำคัญต่อแม่น้ำเพชรแล้ว ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งแม่น้ำเพชรบุรี ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ภายในเรือใต้ถุนสะพานลำไยตามปกติ ซึ่งภายหลังจากรายการคนค้นคน ได้เผยแพร่เรื่องราวของปู่เย็นตามที่ทีมข่าวพีซีทีวีได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ขณะนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของปู่เย็นเริ่มจะดีขึ้น ทุกวันนี้ปู่เย็นไม่ต้องหุงข้าวกิน ไม่ต้องลงเรือหาปลา เนื่องจากมีประชาชนทั้งในและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย บ้างก็ซื้ออาหาร ขนม ผลไม้ และผ้าห่ม มาให้ปู่เย็น บางวันปู่เย็นไม่มีเวลาแม้แต่พักผ่อนเพราะต้องรับแขก ทำให้เสียงแหบร่างกายมีอาการอ่อนล้า ส่วนขนมหรือผลไม้นั้น ปู่เย็นก็จะแบ่งปันให้กับเด็กๆ ที่มาลงเล่นน้ำและเที่ยวเล่นอยู่บริเวณใกล้เคียง กินกัน

ภาพ:D15_1151_1109934584.jpg

 

        ซึ่งปู่เย็น ได้เล่าให้ว่า ทุกๆวันจะมีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมตนไม่ขาดสาย ทำให้ตนต้องพูดมากจนทำให้มีอาการเจ็บคอและเสียงแหบ และเมื่อวันที่๑๔ มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมกันเป็นจำนวนมาก พร้อมบอกกับปู่ว่าจะเอาปู่ไปอยู่ด้วย และพร้อมจะปลูกบ้านให้อยู่ แต่ปู่เย็นได้ปฏิเสธและพูดติดตลกว่า ตนอยู่บ้านไม่ได้มันร้อนใจอยากจะออกไปไหนต่อไหน ถ้าจะปลูกบ้านให้เดี่ยวตนก็ขาย แล้วจะว่าไม่ดี ไม่เอาดีกว่ามันลำบากใจขออยู่ในเรือแบบเดิมจะดีกว่า ไม่ต้องไปรบกวนใครและไม่ให้ใครต้องมาเดือดร้อนด้วย

        อย่างไรก็ตามแม้ว่าปู่เย็นจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่สังขารของร่างกายปู่เย็นก็ยังคงเป็นผู้สูงอายุทั่วไปที่ต้องการพักผ่อนมากกว่าปกติ สำหรับเรื่องราวของ ปู่เย็น เฒ่าทระนงแห่งแม่น้ำเพชรบุรีนั้นขณะนี้ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจากทั่วสารทิศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วจะเห็นว่าการดำเนินชีวิตของปู่เย็นนั้นจะเป็นคนที่สมถะโดยอาศัยกินและหรับนอนอยู่ในเรือเหล็กบริเวณใต้สะพานลำไย อีกทั้งปู่เย็นแกเป็นคนที่รู้ถึงการดำรงชีพจึงถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่ทำให้ทุกคนที่ได้ฟัง สามารถนำกลับไปคิดและปฏิบัติตามในการอยู่ร่วมกับสังคมส่วนรวมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถเป็นบุคคลตัวอย่างให้กับเยาวชนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

        หลังจากที่รายการคนค้นคน ได้นำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของปู่เย็นออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี และภายหลังที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงทอดพระเนตร ทำให้พระองค์ทรงห่วงใย จึงมีพระราชเสาวนี ให้นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เดินทางไปเยี่ยมเยียนโดยให้สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และความต้องการต่างๆ ของปู่เย็น และทรงมีกระแสรับสั่งให้วิทยาลัยเทคโนโลยี่และอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา จัดสร้างเรือลำใหม่ที่มีหลังคาเพื่อกันแดดกันฝนและติดตั้งมุ้งลวดกันยุงมอบให้กับปู่เย็น และเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2548 ที่ผ่านมา ปู่เย็นได้เข้ารับพระราชทานเรือต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมในพิธีหลายร้อยคน ซึ่งปู่เย็นกล่าวเพียงสั้นๆว่า ดีใจ ตื้นตันใจและเกรงใจ จากนั้นปู่เย็นได้ลงเรือพระราชทานพายทวนน้ำไปเทียบที่ใต้สะพานลำใยตามปกติ

 

  
 
ปู่เย็น

นายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น เฒ่าทรนง แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี อายุ 108 ปี เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคหัวใจวาย หลังนอนหมดสติไม่รู้สึกตัวบนเรื่อพระราชทาน เมื่อเช้าวันที่ 12 ต.ค. ท่ามกลางการยื้อของแพทย์และพยาบาลด้วยสุดความสามารถ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ที่ผ่านมา นายเย็น แก้วมณี หรือ ปู่เย็น เฒ่าทรนง แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี อายุ 108 ปี ซึ่งอาศัยอยู่บนเรือพระราชทาน จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้นอนหมดสติ ไม่รู้สึกตัว เนื่องจากเกิดอาการช็อค และหัวใจหยุดเต้นอยู่บนเรือ โดยพยาบาลผู้ดูแล ได้เข้าไปปลุก แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากปู่เย็นที่นอนแน่นิ่งอยู่ พยาบาลคนดังกล่าวจึงรีบนำร่างของปู่เย็นนำขึ้นรถพยาบาลพาส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ซึ่งคณะทีมแพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตปู่เย็นเป็นเวลาประมาณ ชั่วโมงเศษ แต่สุดท้าย คณะแพทย์ ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตของปู่เย็นเอาไว้ได้ และลงความเห็นว่า ปู่เย็นมีอาการหัวใจวายเนื่องจากอายุมากแล้ว ประกอบกับปู่เย็นมีโรคประจำตัว อาทิ เบาหวาน ปอดอักเสบ อยู่ก่อนหน้านี้

ด้านนายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ว่า ปู่เย็นได้เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคหัวใจวาย หลังหมดสติและหัวใจหยุดเต้น โดยการดำเนินการต่อจากนี้ ผู้ว่าฯ เพชรบุรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อนานแล้ว ได้เคยคุยกับนางน้อย บุตรส่าวบุญธรรมของปู่เย็น และบุตรเขย ก็ได้ความว่า ปู่เย็นเคยบอกเอาไว้ว่า ถ้าเสียชีวิตก็ขอให้ลูกหลานนำไปประกอบพิธีฝัง ตามศาสนาอิlลาม ที่ต.ท่าแร้ง พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ ไม่มีเค้าลางถึงสิ่งที่บ่งยบอกเหตุของการจากไปของปู่เย็นเลยแม้แต่น้อย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. เรือพระราชทานฯ ของปู่เย็น ได้เกิดจมเนื่องจากพายุฝนที่พัดกระหน่ำอยู่ที่เชิงบริเวณสะพานลำไย ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ในแม่น้ำเพชรบุรี จนทำให้ปู่เย็นหนีออกจากเรือมาไม่ทัน และต้องลอยคออยู่ในแม่น้ำนานกว่า 15 นาที กระทั่งมีผู้พบเห็นและช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล โดยชาวบ้านก็ได้ช่วยกันนำร่างปู่เย็นที่หนาวสั่น ขึ้นมาจากน้ำและส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี โดยตอนแรกปู่เย็นไม่ยอมไป กลับทรุดลงนั่งที่บริเวณบันไดพักขั้นสุดท้ายของสะพานใกล้เคียงจุดที่เรือล่มเนื่องจากห่วงใยทรัพย์สินและเป็นห่วงเรือพระราชทาน จากนั้นชาวบ้านได้ช่วยกันกู้เรือมาไว้ที่ริมตลิ่ง โดยปู่เย็นนั่งดูการกู้เรือด้วยอาการเศร้าสร้อยและมีคราบน้ำตาที่แก้มทั้งสองข้าง ก่อนที่บุรุษพยาบาลจะอุ้มปู่เย็นขึ้นรถพยาบาลนำตัวส่งตรวจอาการ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเรือของปู่เย็นไปซ่อมที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา และเพิ่งได้รับมอบเรือลำใหม่ไปเมื่อวันที 1 ต.ค. ที่ผ่านมานี้นั่นเอง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำปู่เย็นนั่งรถเข็นจากบ้านญาติ เดินทางไปที่เรือพระราชทาน โดยทันทีที่เห็นเรือปู่เย็นได้เอามือลูบเรือพร้อมหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะอุทานออกมาว่า “โอ้…ดีโว้ย …ลำนี้ใหญ่กว่าลำเก่าโว้ย..สวยไปเลยโว้ย” พร้อมกับกล่าวว่า ไม่อยากนำเรือลำนี้ออกมาใช้ อยากจะเอาเก็บไว้เพราะเสียดาย ดีใจเป็นอย่างมาก รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นห่วงเป็นใยในชีวิต มีรับสั่งซ่อมแซมเรือให้ในครั้งนี้ จะดูแลรักษาเรือลำนี้เป็นอย่างดี ไม่ให้เรือจมน้ำอีก ซึ่งทันทีที่ปู่เย็นลงไปนั่งในเรือ ปรากฏว่าปู่เย็นดีใจจนยิ้มแก้มปริ พร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มากอดแนบอก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำเรือพาปู่เย็นล่องไปตามลำน้ำไปยังที่จอดเรือของปู่เย็นบริเวณใต้เชิงสะพานลำไย ท่ามกลางชาวบ้านนับพันคนที่มายืนปรบมือให้กับผู้เฒ่าทรนง

สิ้นแล้ว ปู่เย็น หลังช็อคหมดสติหัวใจหยุดเต้น ปิดฉากชีวิตแห่งเฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรีด้วยวัย108ปี  
 
  สำหรับบรรยากาศพิธีทางศาสนาในงานศพของปู่เย็น ณ มัสยิดยามิอุ้ลอิสลาม หรือมัสยิดกลาง จังหวัดเพชรบุรี นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เข้าร่วมพิธีเคารพศพและอาบน้ำศพให้กับปู่เย็น ท่ามกลางประชาชนกว่า 1 พันคนที่มาร่วมงาน

          ซึ่งหลังจากการประกอบพิธีละหมาดดุอาร์ให้กับปู่เย็นแล้ว ก็จะเคลื่อนศพปู่เย็นไปฝังยังกุโบร์ที่สุสานกลาง จังหวัดเพชรบุรี และในเวลา 14.00 น. วันนี้ (13 ตุลาคม) นายสยุมพรจะเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการจัดสถานที่จะนำเรือพระราชทานของปู่เย็น เพื่อไปจัดตั้งเป็นหอเกียรติยศเกียรติประวัติให้กับปู่เย็นต่อไป

 
ปู่เย็น
ปู่เย็น
 

Tags: ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: